การจะได้ค่าจ้างจากการโพสต์บนโซเชียลมีเดียในปัจจุบันยากขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งการแข่งขันที่สูงขึ้นและงบการตลาดของแบรนด์ที่เลือกใช้เฉพาะครีเอเตอร์ที่ใช่ จริง ๆ แล้วแบรนด์และครีเอเตอร์ทำอย่างไรถึงจะโดดเด่นและยังสามารถหาเงินจากโซเชียลมีเดียได้ในปี 2026?
8 วิธีหาเงินจากโซเชียลมีเดีย
- เป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์
- ร่วมงานกับแบรนด์
- ทำ Affiliate Marketing
- ขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง
- ขายสินค้าเมอร์ช
- รับโค้ชหรือให้คำปรึกษา
- ขายคอร์สหรือหนังสือ
- ทำขายสินค้าดิจิทัลขาย
1. เป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์
หลายคนสามารถหาเงินจากโซเชียลมีเดียได้ในฐานะครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ โดยการสร้างคอนเทนต์ที่มีการพูดถึงหรือแนะนำแบรนด์ในโพสต์ของตัวเอง
คุณไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามหลักแสนหรือหลักล้านก็สามารถเริ่มสร้างรายได้ได้ ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามเพียงประมาณ 1,000 คน ก็เริ่มรับงานและสร้างรายได้จากโซเชียลมีเดียได้แล้ว
จากผลสำรวจของ HypeAuditor พบว่า อินฟลูเอนเซอร์บน Instagram สามารถเรียกค่าจ้างต่อโพสต์ได้ประมาณ 20–100 ดอลลาร์สหรัฐ แม้จะมีผู้ติดตามไม่ถึง 10,000 คนก็ตาม
หัวใจสำคัญของการเป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่จำนวนผู้ติดตาม แต่คือความเฉพาะทาง ความน่าเชื่อถือ และอัตราการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ยิ่งคุณมีผู้ติดตามมากเท่าไร โอกาสในการหาเงินจากโซเชียลมีเดียก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณมีผู้ติดตามประมาณ 500,000 ถึง 1 ล้านคน ค่าจ้างเฉลี่ยต่อโพสต์อาจสูงได้ถึงประมาณ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ การทำคอนเทนต์ในตลาดเฉพาะทางยังช่วยให้คุณตั้งเรตราคาได้สูงขึ้นในงานอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้ง เพราะคุณสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและตรงความต้องการของแบรนด์ แบรนด์ในอุตสาหกรรมนั้น ๆ มักยินดีจ่ายในราคาที่สูงกว่า เนื่องจากคุณมีฐานผู้ติดตามที่ตรงกลุ่มและมีคุณภาพ
2. ร่วมงานกับแบรนด์
การร่วมงานกับแบรนด์เพื่อสร้างคอนเทนต์และแคมเปญการตลาดบนโซเชียลมีเดีย เป็นอีกหนึ่งวิธีหาเงินจากโซเชียลมีเดียที่ยืดหยุ่นและได้ผลดี นอกจากนี้ การทำงานกับแบรนด์ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณในฐานะครีเอเตอร์ และทำให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นในสายตาของพาร์ตเนอร์รายอื่น ๆ
ครีเอเตอร์จำนวนมากประสบความสำเร็จจากการทำ Brand Collaboration โดยหลายคนเริ่มจากการทำเป็นงานเสริมควบคู่กับงานประจำ คุณสามารถเปิดพื้นที่ให้แบรนด์เข้ามาสนับสนุนคอนเทนต์ ทำโฆษณา สร้างคอนเทนต์พิเศษ หรือเข้าร่วมแคมเปญเปิดตัวสินค้าเพื่อช่วยขยายการเข้าถึงให้แบรนด์
เมื่อร่วมงานกับแบรนด์ สิ่งสำคัญคือการวางตำแหน่งตัวเองให้ตอบโจทย์ความต้องการของแบรนด์ ลองคิดในมุมของแบรนด์ว่าพวกเขาคาดหวังอะไรจากการร่วมงาน สร้าง Pitch deck หรือ Press kit ที่รวบรวมจุดเด่นของคุณ พร้อมโชว์ผลงานโพสต์ที่ดีที่สุด รวมถึงข้อมูลสถิติการเข้าถึงและอัตราการมีส่วนร่วม (Engagement) และหากมี ก็ควรใส่ตัวอย่างความสำเร็จจากการร่วมงานที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดดีลงานในอนาคต
3. ทำ Affiliate Marketing
Affiliate marketing คือวิธีหาเงินจากโซเชียลมีเดียในรูปแบบรายได้แบบกึ่ง passive โดยคุณจะได้รับค่าคอมมิชชันจากการแนะนำสินค้าและบริการผ่านช่องทางโซเชียลของตัวเอง ทุกครั้งที่มีคนซื้อสินค้าผ่านลิงก์หรือโค้ดที่คุณแนะนำ บริษัทจะจ่ายค่าตอบแทนให้
โมเดลนี้ถือเป็นรูปแบบพื้นฐานของการร่วมงานกับแบรนด์ โดยทั่วไปโปรแกรม Affiliate มักให้ค่าคอมมิชชันต่อชิ้นไม่สูงเท่าการทำคอนเทนต์สปอนเซอร์ แต่เข้าถึงง่ายกว่า กล่าวคือ การทำงานกับแบรนด์ในฐานะ Affiliate จะเริ่มต้นได้ง่ายกว่าการเป็นพาร์ตเนอร์ด้านคอนเทนต์โดยตรง
คุณสามารถใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตัวเองสร้างรายได้ในฐานะ Affiliate marketer ได้ ด้วยการแชร์ลิงก์หรือโค้ดแนะนำเฉพาะตัวในโพสต์ วิดีโอ หรือสตอรี่ และข้อดีสำคัญคือคุณสามารถเริ่มทำ Affiliate marketing ได้โดยไม่ต้องลงทุนเงินเลย
อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์จำนวนมากมักแชร์โค้ด Affiliate ของแบรนด์ที่ตัวเองชื่นชอบหรือใช้งานจริง เมื่อมีผู้ติดตามซื้อสินค้าผ่านโค้ดนั้น ครีเอเตอร์ก็จะได้รับค่าคอมมิชชันตอบแทน บางโปรแกรมยังมอบส่วนลดให้ผู้ซื้อเพิ่มเติม ซึ่งช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย
หากคุณอยากเริ่มต้นหาเงินจากโซเชียลมีเดียด้วยการเป็น Affiliate marketer ลองศึกษาแหล่งข้อมูลต่อไปนี้
- Affiliate Marketing สำหรับมือใหม่ คู่มือเริ่มสร้างรายได้
- เริ่มสร้างรายได้ด้วย Amazon Affiliate Program
ข้อควรรู้: เครือข่ายและโปรแกรม Affiliate แต่ละแห่งมีเงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และโครงสร้างการจ่ายเงินที่แตกต่างกัน โปรแกรมที่ดีควรให้ค่าคอมมิชชันเหมาะสม และมีการจ่ายเงินสม่ำเสมอหรือรวดเร็ว ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบให้รอบคอบ เพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับเป้าหมายการหาเงินจากโซเชียลมีเดียของคุณมากที่สุด
4. ขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง
คุณสามารถหาเงินจากโซเชียลมีเดียได้อีกทางหนึ่งด้วยการขายสินค้าของตัวเองโดยตรง โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นแพลตฟอร์มการขาย แม้จะยังไม่มีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเองก็ตาม
การเติบโตของ Social commerce ทำให้การขายตรงผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Instagram และ TikTok เป็นเรื่องง่ายขึ้น คุณสามารถขายสินค้าให้ลูกค้าได้ทันทีจากแพลตฟอร์มที่พวกเขาใช้งานอยู่แล้ว
คุณอาจเริ่มจากการพัฒนาสินค้าแบรนด์ของตัวเอง (Private label) ออกแบบสินค้าระบบพิมพ์ตามสั่งหรือจับมือกับผู้ให้บริการดรอปชิป เพื่อเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงเรื่องสต๊อกสินค้า
หากใช้แพลตฟอร์มอย่าง Shopify คุณยังสามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง และเชื่อมต่อเข้ากับช่องทาง Social commerce ที่เลือกไว้ เพื่อบริหารธุรกิจแบบหลายช่องทางได้ในที่เดียว Shopify มีเครื่องมือและระบบเชื่อมต่อจำนวนมาก ช่วยให้คุณจัดการทุกอย่างได้ครบ ตั้งแต่การขาย การตลาด ไปจนถึงการดำเนินงานทั้งหมดของธุรกิจในแพลตฟอร์มเดียว
5. ขายสินค้าเมอร์ช
หากคุณสร้างแบรนด์หรือมีตัวตนที่แข็งแรงบนโซเชียลมีเดีย การต่อยอดเป็นสินค้า Merch ของตัวเองถือเป็นอีกวิธีหาเงินจากโซเชียลมีเดียที่ได้ผลดี โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางโปรโมตสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะพาผู้ติดตามไปที่ร้าน Shopify ของคุณ หรือขายตรงผ่าน Social commerce และเครื่องมืออย่าง Linktree
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Julia Roblin ศิลปินชาวแคนาดาจากเมืองวินนิเพก รัฐแมนิโทบา เธอเปลี่ยนความสำเร็จบน TikTok ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ เริ่มจากการโพสต์ไอเดียลายสัก ก่อนจะมีผู้ติดตามมากกว่า 500,000 คน เมื่อแฟน ๆ ต้องการผลงานของเธอในรูปแบบสินค้าที่ซื้อได้จริง เธอจึงเปิดร้าน Shopify เพื่อขายสินค้า Merch เช่น สติกเกอร์ เสื้อผ้า และแบบรอยสัก ซึ่งเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้แทนข้อจำกัดของ Creator Fund บน TikTok
การทำและขายสินค้า Merch ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน คุณสามารถเอาต์ซอร์สได้ตั้งแต่การออกแบบสินค้าไปจนถึงการจัดการออเดอร์และการจัดส่ง นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ Print-on-demand ภายนอก ที่รับหน้าที่ผลิตและจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณทั้งหมด ช่วยให้การเริ่มต้นหาเงินจากโซเชียลมีเดียด้วยวิธีนี้ง่ายและต้นทุนต่ำกว่าที่คิด
แต่ละแพลตฟอร์มมีข้อกำหนดและกติกาในการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองแตกต่างกันไป Julia จึงเลือกใช้ TikTok เป็นช่องทางโปรโมตสินค้า Merch ของเธอได้อย่างชาญฉลาด หากคุณอยากขายสินค้า Merch บนโซเชียลมีเดีย ลองศึกษาคู่มือเฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อเข้าใจรายละเอียดและข้อแตกต่างในการใช้งาน
6. รับโค้ชหรือให้คำปรึกษา
คุณสามารถสร้างรายได้จากโซเชียลมีเดียโดยการขายบริการให้คำปรึกษาหรือการฝึกสอน
มีหลายแนวทางที่คุณสามารถเลือกใช้กับแนวคิดธุรกิจนี้ คุณสามารถเลือกตลาดเฉพาะ เช่น การช่วยธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์สร้างแผนโซเชียลมีเดีย หรือการฝึกสอนช่างภาพมืออาชีพเกี่ยวกับการเตรียมภาพถ่ายสำหรับฟีดของพวกเขา คุณสามารถเสนอการฝึกสอนแบบตัวต่อตัวหรือจัดกลุ่มการฝึกสอน โปรแกรมสมาชิก หรือชุมชนที่ต้องชำระเงิน
พิจารณาการจัดกลุ่มบริการของคุณเป็นแพ็คเกจ ซึ่งจะช่วยปกป้องเวลาและป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ของคุณกลายเป็นความสัมพันธ์แบบนายจ้าง-ลูกจ้าง ตัวอย่างเช่น เสนอแพ็กเกจดูแลโพสต์จำนวนที่กำหนดในราคาคงที่ หรือบริการตรวจวิเคราะห์บัญชี (Audit) ในอัตราที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
7. ขายคอร์สหรือหนังสือ
อีกทางเลือกหนึ่งของรายได้แบบ passive คือการเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของคุณให้เป็นคอร์สออนไลน์หรืออีบุ๊ก ซึ่งถือเป็นการ “แปลงบริการโค้ชให้กลายเป็นสินค้า”
คุณสามารถขายคอร์สหรืออีบุ๊กผ่านเว็บไซต์ Shopify ของตัวเอง แล้วใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางโปรโมต วิธีนี้ช่วยให้คุณควบคุมธุรกิจได้มากขึ้น พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับเครื่องมือโซเชียลได้อย่างลื่นไหล
เมื่อสร้างสินค้าคอนเทนต์ลักษณะนี้ อย่าลืมเตรียมตัวอัปเดตเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไปการอัปเดตปีละครั้งถือว่าเหมาะสม แต่ความถี่อาจแตกต่างกันไปตามหัวข้อและอุตสาหกรรม
พร้อมเริ่มต้นแล้วหรือยัง? คุณสามารถสร้าง บริหาร และขยายธุรกิจอีบุ๊กของคุณได้ด้วยการอบรมฟรี เครื่องมือที่ใช้งานง่าย และทีมซัพพอร์ตเฉพาะทาง เพื่อช่วยให้การหาเงินจากโซเชียลมีเดียของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน
8. ทำสินค้าดิจิทัลขาย
การสร้างและขายสินค้าดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งวิธีหาเงินจากโซเชียลมีเดียที่สนุกและยืดหยุ่นมาก สินค้าดิจิทัลมีหลากหลายรูปแบบ ทำให้คุณสามารถเลือกทำในแนวทางที่เหมาะกับทักษะและความสนใจของตัวเองได้ ที่สำคัญคือคุณอาจมีไฟล์หรือทรัพยากรดิจิทัลอยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นสินค้าที่ขายได้ทันที
ต่อไปนี้คือไอเดียสินค้าดิจิทัลที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
- งานศิลปะและดีไซน์ดิจิทัล: ภาพประกอบดิจิทัล งานกราฟิก อาร์ตพริ้นต์ หรือเทมเพลตดีไซน์ที่ปรับแต่งได้สำหรับโพสต์ สตอรี่ หรือแบนเนอร์บนโซเชียลมีเดีย
- งานถ่ายภาพ: ภาพสต็อกคุณภาพสูง วอลเปเปอร์ดิจิทัล หรือพรีเซ็ตถ่ายภาพและ Lightroom
- อีบุ๊กและคู่มือ: คู่มือเชิงลึกหรือบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับนิชและความเชี่ยวชาญของคุณ
- แพลนเนอร์แบบพิมพ์ได้: ปฏิทินหรือออร์แกไนเซอร์สำหรับใช้งานด้านต่าง ๆ เช่น ฟิตเนส การจัดการเวลา หรือการตั้งเป้าหมาย
- คอร์สออนไลน์: คอร์สสำหรับแพลตฟอร์มอย่าง Udemy หรือ Teachable เว็บบินาร์สด เวิร์กช็อปออนไลน์ หรือเซสชันถาม–ตอบ
- ดนตรีและไฟล์เสียง: เพลงดิจิทัล ซาวด์เอฟเฟกต์ ตัวอย่างเสียง หรือเทมเพลตและพรีเซ็ตสำหรับการผลิตเพลง
- สินทรัพย์เสมือน (Virtual assets): โมเดล 3D สำหรับใช้ในสภาพแวดล้อมเสมือนหรือเกม รวมถึงแบ็กกราวด์เสมือนสำหรับครีเอเตอร์
- ทรัพยากรด้านโค้ดและเทมเพลต: โค้ดตัวอย่าง เทมเพลตเว็บไซต์ หรือเทมเพลตแอปพลิเคชัน
สินค้าดิจิทัลสามารถสร้างครั้งเดียวและขายซ้ำได้หลายครั้ง จึงเหมาะกับครีเอเตอร์ที่ต้องการต่อยอดการหาเงินจากโซเชียลมีเดียในระยะยาว และสร้างรายได้ที่เติบโตไปพร้อมกับคอนเทนต์ของคุณ
ในฐานะแบรนด์ จะหาเงินจากโซเชียลมีเดียได้ยังไงบ้าง?
แบรนด์เองก็สามารถใช้โซเชียลมีเดียเพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้แบรนด์ได้เช่นกัน และในความเป็นจริง ไอเดียหลายอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ก็สามารถนำมาใช้กับแบรนด์ได้แทบทั้งหมด เพราะทุกวันนี้เส้นแบ่งระหว่างบุคคลกับธุรกิจเริ่มเลือนรางลง แบรนด์ต้องมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ขณะเดียวกันผู้คนก็สร้างตัวตนของตัวเองให้กลายเป็นแบรนด์ได้
ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือแบรนด์ที่เติบโตแล้ว นี่คือแนวทางในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างรายได้และขยายแบรนด์
-
โปรโมตการขายและข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด โปรโมชั่น แจกของรางวัล หรือดีลพิเศษ ช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะโปรโมชันแบบจำกัดเวลา ที่ช่วยสร้างความรู้สึกเร่งด่วน คุณสามารถแจกโค้ดส่วนลดเพื่อแลกกับการสมัครอีเมล กระตุ้นการมีส่วนร่วมบนโซเชียล หรือมอบดีลพิเศษเฉพาะลูกค้าประจำ เช่น กลุ่ม “เพื่อนสนิท” บน Instagram
-
นำเสนอคอนเทนต์จากลูกค้าตัวจริง (UGC) คอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้นเองหรือ User-generated content เป็นเครื่องมือทรงพลังในการเพิ่มยอดขาย นอกจากช่วยลดภาระการผลิตคอนเทนต์ของแบรนด์แล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และสามารถแท็กสินค้าในโพสต์เพื่อเชื่อมต่อกับการขายผ่าน Social commerce ได้โดยตรง
-
สร้างกระแสก่อนเปิดตัวสินค้าใหม่ โซเชียลมีเดียเหมาะมากสำหรับการสร้างความตื่นเต้นก่อนอีเวนต์สำคัญ โดยเฉพาะการเปิดตัวสินค้าใหม่ หากผสมผสานคอนเทนต์แบบออร์แกนิก โฆษณาแบบชำระเงิน และการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ได้อย่างเหมาะสม แบรนด์จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากในเวลาอันสั้น
- ขายสินค้าตรงบนโซเชียลมีเดีย Social commerce ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ทันทีบนแพลตฟอร์มโซเชียล โดยไม่ต้องออกจากแอป หากเชื่อมต่อร้าน Shopify กับ Facebook และ Instagram สินค้าของคุณจะซิงก์ไปยังหน้าร้านบนโซเชียลโดยอัตโนมัติ คุณยังสามารถสร้างโฆษณา แท็กสินค้าในโพสต์ที่ซื้อได้ และมอบประสบการณ์ชำระเงินแบบแตะครั้งเดียว
- ร่วมงานกับครีเอเตอร์ การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่มีส่วนร่วมสูง นอกจากนี้ยังช่วยให้แบรนด์มีคอนเทนต์คุณภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในแคมเปญการตลาดอื่น ๆ ในอนาคต
การหาเงินจากโซเชียลมีเดียสำหรับแบรนด์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการขายตรงเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกจุดสัมผัสบนแพลตฟอร์มโซเชียล
ถึงจะช้า… แต่ชนะได้อย่างมั่นคง
แม้ว่าจะมีหลายวิธีในการหาเงินจากโซเชียลมีเดีย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากต้องการสร้างรายได้ที่มั่นคง คุณอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งวิธี และในบางกรณีอาจต้องผสมผสานหลายแนวทางเข้าด้วยกัน
สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรจำคือ ความทุ่มเทและความสม่ำเสมอคือหัวใจของความสำเร็จ การสร้างฐานผู้ติดตามที่ภักดีและมีส่วนร่วมต้องใช้เวลา และหากคุณคาดหวังให้ผู้คนยอมจ่ายเงินให้ คุณจำเป็นต้องมอบคุณค่าให้พวกเขาอย่างแท้จริง
เริ่มต้นด้วยกลยุทธ์การตลาดบนโซเชียลมีเดียที่ชัดเจน กำหนดเป้าหมายให้รู้ว่าคุณต้องการอะไร จากนั้นค่อย ๆ วางโรดแมปและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง การเติบโตบนโซเชียลอาจไม่เร็ว แต่หากเดินอย่างมั่นคง ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนก็จะตามมาเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการหาเงินจากโซเชียลมีเดีย
เราหาเงินจากโซเชียลมีเดียได้มากแค่ไหน
คุณสามารถสร้างรายได้จากโซเชียลมีเดียได้แทบไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับเวลา ความพยายาม และกลยุทธ์การตลาดบนโซเชียลที่คุณเลือกใช้ หากวางแผนถูกทางและทำอย่างต่อเนื่อง โซเชียลมีเดียสามารถกลายเป็นแหล่งรายได้หลักหรือรายได้เสริมที่เติบโตได้ในระยะยาว
โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มไหนให้เงินดีที่สุด
ไม่มีแพลตฟอร์มใดที่ให้เงินดีที่สุด เพราะรายได้นั้นขึ้นอยู่กับวิธี ประเภทคอนเทนต์ และคุณภาพของผู้ติดตามมากกว่าแพลตฟอร์มที่ใช้
ต้องมีผู้ติดตามกี่คนถึงจะเริ่มหาเงินจากโซเชียลมีเดียได้?
คุณสามารถเริ่มหาเงินจากโซเชียลมีเดียได้ แม้มีผู้ติดตามไม่ถึง 1,000 คน โดยทั่วไปจำนวนผู้ติดตามที่มากขึ้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ แต่ก็มีข้อยกเว้น หากคุณมีนิชที่ชัดเจนและผู้ติดตามมีคุณภาพสูง
แพลตฟอร์มไหนเหมาะที่สุดในการหาเงินจากโซเชียลมีเดีย?
ทุกแพลตฟอร์มใช้ทำเงินได้ เช่น คุณสามารถขายสินค้าตรงบน Instagram และ Facebook รับรายได้จากโฆษณาบน YouTube หรือร่วมงานกับแบรนด์และครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มใดก็ได้ที่มีกลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่


