ในปี 2018 วิดีโอของ Ryan Trahan กลายเป็นไวรัลบน YouTube เป็นครั้งแรก เมื่อเขาออกนอกกรอบคอนเทนต์สายวิ่งที่ทำเป็นประจำ แล้วลองโพสต์วิดีโอแนวคอมเมนต์ตลก ๆ เกี่ยวกับยูทูบเบอร์คนหนึ่ง
หลังจากทำวิดีโอแนวเดียวกันต่อเนื่องราวหนึ่งปี ช่อง YouTube ของ Ryan เติบโตขึ้นถึง 4,900% จากผู้ติดตามประมาณ 30,000 คน เพิ่มเป็น 1.5 ล้านคน ปัจจุบัน Ryan มีผู้ติดตามมากกว่า 21.5 ล้านคน และยังเป็นเจ้าของธุรกิจขนมหวานชื่อ Joyride อีกด้วย
แม้โชคจะมีส่วนสำคัญกับการไวรัล แต่การทำคลิป YouTube ให้ไวรัลไม่ใช่เรื่องที่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด ตั้งแต่การสร้างคอนเทนต์ที่ชวนดู การเข้าใจ SEO ไปจนถึงการออกแบบภาพปกให้สะดุดตา การทำตามแนวทางที่ถูกต้องเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คลิปของคุณไปโผล่บนหน้าจอของผู้ชมได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
วิดีโอไวรัลคืออะไร
วิดีโอไวรัลคือวิดีโอที่มียอดเข้าชมและการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด และมักขยายตัวต่อเนื่องเหมือนลูกโซ่ ซึ่งวิดีโอไวรัลมักมีลักษณะร่วมกันอยู่ไม่กี่ข้อ
อย่างแรกคือ วิดีโอสามารถเข้าถึงผู้ชมวงกว้าง นอกเหนือจากฐานผู้ติดตามเดิมของครีเอเตอร์ อย่างที่สองคือ มียอดวิวเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างเห็นได้ชัด และสุดท้าย วิดีโอไวรัลมักสร้างการมีส่วนร่วมสูง ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ ไลก์ หรือการแชร์ หากคุณอยากทำคลิป YouTube ให้ไวรัล การเข้าใจนิยามและพฤติกรรมของวิดีโอไวรัลคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ
ปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้คลิป YouTube ไวรัลได้?
คลิป YouTube จะเริ่มดังเป็นวงกว้างได้ เมื่อระบบแนะนำวิดีโอของ YouTube เลือกนำคลิปนั้นไปแสดงให้ผู้ใช้จำนวนมากเห็น ไม่ว่าจะเป็นหน้า Home, วิดีโอแนะนำถัดไป หรือผลการค้นหา
เมื่อผู้ชมเริ่มคลิกเข้าไปดู ดูต่อเนื่อง มีการกดไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์ต่อ ระบบก็จะมองว่าคลิปนี้ “มีคุณค่า” และยิ่งขยายการแสดงผลออกไปมากขึ้น ส่งผลให้ยอดวิวและการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่อง โดยในการตัดสินใจแนะนำวิดีโอ YouTube จะพิจารณาทั้งคุณภาพของช่องและพฤติกรรมของผู้ชมแต่ละคน เช่น
- ประวัติการรับชมที่ผ่านมา
- การกดไลก์หรือไม่สนใจวิดีโอประเภทต่าง ๆ
- ช่องที่ผู้ใช้ติดตามอยู่
- ฟีดแบ็กจากแบบสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้
นอกจากนี้ หากคลิปมีอัตราการมีส่วนร่วมสูง ก็จะมีโอกาสติดอันดับการค้นหาบน YouTube มากขึ้น ทำให้คนเจอคลิปจากการค้นหาคีย์เวิร์ดได้ง่ายขึ้นด้วย โดยระบบจะดูจากปัจจัยหลัก เช่น
- ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา อย่างชื่อคลิป คำอธิบาย แท็ก และเนื้อหาในวิดีโอ
- การมีส่วนร่วมของผู้ชม เช่น ดูนานแค่ไหน หลังค้นหาคำนั้น
- ความน่าเชื่อถือของช่องในหัวข้อนั้น
- ประวัติการค้นหาและการรับชมของผู้ใช้แต่ละคน
แม้จะไม่มีสูตรตายตัวที่รับประกันว่าคลิปจะดังได้แน่นอน แต่การทำคลิป YouTube ให้ไวรัลมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากขึ้น หากคุณสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ เข้าใจผู้ชม และปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับวิธีทำงานของอัลกอริทึม YouTube อย่างถูกต้อง
วิธีทำคลิป YouTube ให้ไวรัล
ต่อไปนี้คือแนวทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณทำคลิป YouTube ให้ไวรัลได้มากขึ้น
- ใช้ภาพหน้าปกที่สะดุดตา
- ทดลองคอนเทนต์แบบสั้น
- ตั้งชื่อคลิปให้น่าสนใจ
- เปิดคลิปดึงให้คนอยู่ต่อ
- ลงคลิปอย่างสม่ำเสมอ
- ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและการแชร์
ใช้ภาพหน้าปกที่สะดุดตา
ที่มา: YouTube
“ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ยูทูบเบอร์มืออาชีพควรโฟกัสแบบจริงจังที่สุด นั่นคือภาพหน้าปกของคลิป” Rebecca Vilsan ผู้เชี่ยวชาญด้าน YouTube จาก Shopify กล่าวไว้ “เพราะสิ่งที่ทำให้คนคลิกคือภาพหน้าปก ไม่ใช่ตัวเนื้อหาวิดีโอ”
สำหรับภาพหน้าปก ความเรียบง่ายคือหัวใจสำคัญ คุณต้องสื่อให้คนเข้าใจอย่างรวดเร็วว่าคลิปนี้เกี่ยวกับอะไร “ความผิดพลาดที่ครีเอเตอร์ทำบ่อยที่สุดคือใส่ข้อมูลลงในภาพหน้าปกมากเกินไป แทนที่จะโฟกัสแค่ข้อความหรือประเด็นเดียวที่ชัดและดึงดูด” Rebecca อธิบาย
“ลองดูครีเอเตอร์อย่าง Ryan Trahan หรือ MrBeast สิ พวกเขาแทบไม่ใช้ข้อความในภาพหน้าปกเลย และถ้าใช้ ก็จะใช้แบบมีเหตุผลมาก” Rebecca กล่าวต่อ “ทุกองค์ประกอบในภาพหน้าปกมีหน้าที่ของมัน ไม่มีอะไรใส่มาแบบสุ่ม”
ตัวอย่างเช่น ภาพหน้าปกของคลิปที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Ryan (I Tried Every Seat on the Most Expensive Airline) ใช้ภาพของเขาวางคู่กันสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งติดป้ายว่า “Economy” อีกฝั่งคือ “First Class” โดยภาพฝั่ง Economy แสดง Ryan อยู่ในห้องโดยสารที่สว่าง ถือแก้วกระดาษธรรมดา ส่วนฝั่ง First Class เขาอยู่ในแสงไฟนุ่ม ๆ ใส่แว่นกันแดด และมีหมอนรองคอสีทอง ภาพนี้สื่อสิ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นอย่างชัดเจน และสร้างความน่าสนใจได้โดยแทบไม่ต้องใช้ข้อความ
แนวทางทำภาพหน้าปก YouTube ให้ได้ผล มีดังนี้
- เรียบง่ายเข้าไว้ อย่าใส่องค์ประกอบมากเกินไป เช่น ข้อความซ้อน เอฟเฟกต์เบลอ ลูกศร หรือไอคอนต่าง ๆ รวมถึงไม่ควรใส่ใบหน้าหลายคนเกินจำเป็น
- ต้องดูรู้เรื่องบนมือถือ ภาพหน้าปกจะแสดงผลค่อนข้างเล็กบนมือถือ ดังนั้นต้องมั่นใจว่าผู้ชมยังเข้าใจภาพได้แม้ดูในขนาดเล็ก
- กฎ 1 วินาที ผู้ชมควรพอเดาได้ทันทีว่าคลิปเกี่ยวกับอะไร เพียงแค่มองภาพหน้าปกแวบเดียวประมาณหนึ่งวินาที
- ทดลองและปรับอยู่เสมอ สิ่งที่ดีที่สุดคือการลองหลายรูปแบบเพื่อดูว่าอะไรเหมาะกับช่องของคุณ YouTube Studio มีแท็บ “Edit” ที่ให้คุณเปลี่ยนภาพหน้าปกภายหลังได้ จึงสามารถทดสอบหลายตัวเลือกได้โดยไม่เสียโอกาส
ทดลองคอนเทนต์แบบสั้น
YouTube Shorts คือวิดีโอแนวตั้ง ความยาวตั้งแต่ 15 วินาที ไปจนถึง 3 นาที รูปแบบแนวตั้งเหมาะกับผู้ใช้งานมือถือเป็นพิเศษ เพราะสอดคล้องกับสัดส่วนของหน้าจอโทรศัพท์ที่ถือในแนวตั้ง
ผู้ใช้มือถือสามารถเลื่อนดูวิดีโอสั้นได้ต่อเนื่องไม่รู้จบจากแท็บ “Shorts” ด้านล่างของแอป YouTube ทำให้ Shorts เป็นช่องทางที่ดีมากในการเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ และเพิ่มโอกาสในการทำคลิป YouTube ให้ไวรัล
หากคุณมีวิดีโอแบบยาวอยู่แล้ว ลองนำคอนเทนต์เหล่านั้นมาตัดหรือดัดแปลงเป็น Shorts ดู วิดีโอสั้นยังเหมาะกับการทดลองคอนเทนต์ที่ดูเป็นกันเองมากขึ้น ไม่ต้องเนี๊ยบเท่าวิดีโอยาว คล้ายกับคอนเทนต์ที่เราเห็นบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok หรือ Instagram Reels
ทิปส์: Rebecca แนะนำให้ใช้แอป YouTube บนมือถือในการโพสต์ Shorts เพราะมีฟีเจอร์เฉพาะของแพลตฟอร์ม เช่น คลังเพลงที่กำลังเป็นเทรนด์ และเครื่องมือ AI ที่ช่วยให้การสร้างคอนเทนต์ง่ายและเร็วขึ้น
ตั้งชื่อคลิปให้น่าสนใจ
สำหรับการตั้งชื่อคลิปให้คนอยากกดดู Rebecca อธิบายว่า “ไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกช่อง” เพราะกลยุทธ์การตั้งชื่อขึ้นอยู่กับประเภทครีเอเตอร์ กลุ่มผู้ชม และช่วงการเติบโตของช่องเป็นหลัก
เริ่มจากทำความเข้าใจกลุ่มผู้ชมและสไตล์ของช่องคุณก่อน เช่น แบรนด์ความงามที่ทำวิดีโอให้ความรู้ด้านความยั่งยืน อาจใช้ชื่อคลิปที่จริงจังกว่า ในขณะที่ครีเอเตอร์สายคอมเมดี้หรือวิดีโอตลก อาจเลือกชื่อที่เล่นใหญ่และชวนขำ
ลองศึกษาคู่แข่งหรือช่องที่กลุ่มเป้าหมายเดียวกันติดตาม ดูว่าชื่อคลิปแบบไหนได้ผลกับช่องประเภทนั้น ๆ นอกจากนี้ คุณสามารถใช้ Google Trends เพื่อดูว่าผู้คนกำลังค้นหาเรื่องอะไรอยู่ แล้วนำคำค้นเหล่านั้นหรือคีย์เวิร์ดหลักมาใช้ตั้งชื่อคลิป
อย่าลืมคำนึงถึงขนาดของช่องด้วย Rebecca อธิบายว่า “อัลกอริทึมของ YouTube ฉลาดพอที่จะเข้าใจเนื้อหาวิดีโอของคุณได้อย่างรวดเร็ว จากทั้งเสียงพูดและภาพในคลิป ชื่อคลิปจึงมีบทบาทหลักในการช่วยจัดหมวดหมู่และเพิ่มโอกาสให้คนค้นหาเจอ”
เมื่อคุณเพิ่งเริ่มทำช่อง YouTube จำเป็นต้องช่วยให้แพลตฟอร์มเข้าใจว่าเนื้อหาของคุณเกี่ยวกับอะไร ด้วยการตั้งชื่อคลิปให้ชัดเจนและอธิบายตรงประเด็น Rebecca แนะนำแนวทางการตั้งชื่อคลิปตามขนาดช่องดังนี้
- ผู้ติดตาม 0–20,000 คน ใช้ชื่อคลิปที่เฉพาะเจาะจงที่สุด บอกชัดว่าคลิปพูดเรื่องอะไร
- ผู้ติดตาม 20,000–100,000 คน เริ่มใส่ความน่าสนใจหรือความชวนสงสัยเข้าไปในชื่อคลิปได้บ้าง
- ผู้ติดตาม 100,000–1 ล้านคน โฟกัสชื่อคลิปที่กระตุ้นอารมณ์หรือดึงความสนใจของผู้ชม
- ผู้ติดตาม 1 ล้านคนขึ้นไป สามารถใช้ชื่อคลิปที่ไม่ต้องอธิบายมาก แต่เน้นความครีเอทีฟและเอกลักษณ์ของช่องได้
ตัวอย่างเช่น Epic Gardening เลือกใช้ชื่อคลิปที่เฉพาะเจาะจงมากสำหรับวิดีโอไวรัลช่วงแรกในปี 2020 อย่างวิธีปลูกขิงในกระถางให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก
แต่ในปี 2023 ชื่อคลิปของช่องเดียวกันกลับเน้นความชวนสงสัยมากกว่าความตรงไปตรงมา เช่น เราเอาเศษอาหารในครัวไปฝังในสวน แล้วสิ่งนี้ก็เกิดขึ้น
เปิดคลิปดึงให้คนอยู่ต่อ
หนึ่งในวิธีเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ชมคือการใส่ฮุกที่แข็งแรงตั้งแต่ไม่กี่วินาทีแรก เพื่อทำให้คนดูรู้สึกว่า ต้องดูต่อ ฮุกที่ดีสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การเกริ่นถึงสิ่งพีคที่จะเกิดขึ้นช่วงท้ายคลิป การตั้งคำถามแล้วบอกว่าจะมาเฉลยภายหลัง หรือใส่จังหวะตลกหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพื่อหักมุมความคาดหวังของผู้ชม
ในคลิปของ Ryan Trahan เรื่อง “I Tried Every Seat on the Most Expensive Airline” ผู้ชมจะรู้ทันทีว่าจุดพีคของคลิปคือการรีวิวทุกที่นั่งบนเครื่อง Airbus A380 ของสายการบิน Etihad รวมถึง “The Residence” ห้องพักส่วนตัวขนาดเล็กที่มีห้องอาบน้ำในตัว ซึ่ง Ryan เกริ่นถึงภายใน 5 วินาทีแรกของวิดีโอ
แต่พอผ่านไปประมาณ 14 วินาที Ryan ก็ใส่ฮุกใหม่เข้าไปอีกชั้น ด้วยการเล่าว่าการเดินทางครั้งนี้มีภารกิจพิเศษ คือการนำของไปส่งให้น้องชายของเพื่อนที่สิงคโปร์ เรื่องราวนี้ช่วยเพิ่มมิติของการผจญภัย ทำให้คลิปไม่ใช่แค่รีวิวสายการบินธรรมดา
ตลอดคลิปความยาวกว่า 25 นาที Ryan จะคอยโยงกลับมาที่ฮุกต่าง ๆ เพื่อรักษาความสนใจของผู้ชม ตั้งแต่การเช็กว่าของที่ต้องส่ง (ซีเรียลอาหารเช้า) ยังปลอดภัยดีไหม ไปจนถึงการสังเกตกลิ่นของบริการชั้นธุรกิจ ขณะนั่งอยู่ในที่นั่งพรีเมียมอีโคโนมี หลังจากส่งซีเรียลถึงมือน้องชายของเพื่อนแล้ว ผู้ชมก็ได้เหตุผลใหม่ให้ดูต่อ นั่นคือจดหมายและขนมจากสิงคโปร์ที่ Ryan ต้องนำกลับไปให้ Isaac
เทคนิคเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมดูคลิปได้นานขึ้น ซึ่งเวลาในการรับชมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อัลกอริทึมของ YouTube ใช้ในการแนะนำวิดีโอ คุณสามารถดูค่าเวลาในการรับชมเฉลี่ยได้ใน YouTube Analytics ซึ่งยังแสดงข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ เช่น เวลาในการรับชมเฉลี่ยแยกตามประเทศด้วย
ลงคลิปอย่างสม่ำเสมอ
หนึ่งในกลยุทธ์คลาสสิกที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำคลิป YouTube ให้ไวรัล คือการโพสต์วิดีโออย่างสม่ำเสมอ “เราลงคลิปทุกสัปดาห์ และถ่ายทำคอนเทนต์ใหม่ทุกสัปดาห์” Wil Yeung เชฟและยูทูบเบอร์ชื่อดังกล่าว พร้อมเสริมว่าความสำเร็จของแต่ละคลิปนั้น “ก็ขึ้นอยู่กับดวงและอัลกอริทึมของ YouTube”
การโพสต์อย่างต่อเนื่องทำให้คุณมีโอกาสทดลองคอนเทนต์หลายรูปแบบ เพื่อดูว่าแนวไหนเข้าถึงคนได้กว้างที่สุด สิ่งสำคัญคืออย่าท้อ เพราะแม้แต่ยูทูบเบอร์ที่มีประสบการณ์ก็ไม่สามารถเดาได้ว่าคลิปไหนจะดัง
ตัวอย่างเช่น คลิปสอนทำขนมปังขิงของ Wil ที่เขาคาดหวังไว้ว่าจะทำผลงานได้ดีมาก กลับไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่ลงทุนลงแรงอย่างเต็มที่ และเลือกปล่อยในช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดอย่างช่วงคริสต์มาส “เราทุ่มทุกอย่างใส่คลิปนั้นแบบสุดตัว แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในคลิปที่ผลงานแย่ที่สุด” Wil เล่า
ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและการแชร์
ความไวรัลไม่ได้วัดกันแค่จำนวนวิว อัลกอริทึมของ YouTube ยังให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดด้านการมีส่วนร่วม เช่น คอมเมนต์ ไลก์ และการแชร์ โดยคลิปที่มี engagement สูง มักจะถูกดันไปให้คนเห็นมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการตอบคอมเมนต์ของผู้ติดตาม หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในโพสต์และวิดีโอของครีเอเตอร์คนอื่น การมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนช่วยเพิ่มโอกาสให้คลิปของคุณเติบโตได้เร็วขึ้น
อีกวิธีหนึ่งในการเพิ่ม engagement คือการทำคอนเทนต์ที่ “คนอยากแชร์” แม้ว่าวิดีโอแบบยาว เช่น how-to หรือคลิปอธิบาย จะได้รับความนิยมและยอดวิวสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูกแชร์ต่อบ่อยเสมอไป
ลองผสมคอนเทนต์ประเภทนี้เข้ากับคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง เช่น วิดีโอถาม–ตอบ (AMA), เบื้องหลังการทำงาน หรือชาเลนจ์ที่กำลังเป็นกระแส แต่ต้องมั่นใจว่ายังสอดคล้องกับโทนและตัวตนของแบรนด์ เพราะไม่ควรแลกความไวรัลกับการเสียอัตลักษณ์ของแบรนด์
สำหรับแบรนด์ นั่นอาจหมายถึงการขยายมุมมองของคอนเทนต์ให้กว้างกว่าสินค้าโดยตรง “มันคือเรื่องของการสร้างการรับรู้” ที่ปรึกษาด้านโซเชียลมีเดีย Rachel Karten อธิบาย “เรากำลังสื่อสารเรื่องจริงหรือมุกที่ใครก็เข้าใจและรู้สึกสนุกได้ ไม่ใช่แค่คนที่เคยใช้สินค้าของคุณเท่านั้น”
ตัวอย่างหนึ่งคือแบรนด์ซุปเกี๊ยว MìLà ที่ทำ YouTube Shorts ตอบคำถามง่าย ๆ แต่ชวนสงสัยว่า “น้ำซุปเข้าไปอยู่ในเกี๊ยวซุปได้ยังไง?” คลิปนี้ทำยอดวิวได้ถึง 23 ล้านครั้ง แสดงให้เห็นพลังของคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายและแชร์ต่อได้จริง
วิธีต่อคลิปไวรัล YouTube ให้กลายเป็นยอดขายจริง
หากคุณใช้ YouTube เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดอีคอมเมิร์ซ สิ่งสำคัญไม่แพ้การทำคลิปให้ดัง คือการรู้จักต่อยอดความไวรัลให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจจริง ๆ ไม่ใช่แค่ยอดวิวผ่านไปแล้วจบ
มีหลายวิธีในการทำสิ่งนี้ แต่แนวทางต่อไปนี้คือหัวใจสำคัญที่ควรโฟกัสเมื่อคลิปของคุณเริ่มได้รับความสนใจในวงกว้าง
ใช้คำกระตุ้นให้ลงมือทำ
บอกผู้ชมให้ชัดเจนว่าคุณอยากให้พวกเขาทำอะไรต่อ ด้วยคำกระตุ้นให้ลงมือทำ หรือ CTA ซึ่งเป็นข้อความสั้น ๆ ที่นำทางผู้ชมไปยังขั้นตอนถัดไปอย่างตรงจุด
ถ้าเป้าหมายของคุณคือการเพิ่มผู้ติดตาม อาจใส่กราฟิกขึ้นต้นคลิปเพื่อชวนกดติดตาม หากต้องการเพิ่มเอนเกจเมนต์ ก็อาจตั้งคำถามแล้วชวนให้ผู้ชมเข้ามาตอบในคอมเมนต์
หรือถ้าคุณอยากพาผู้ชมไปทำความรู้จักแบรนด์ให้ลึกขึ้น ก็สามารถชี้นำไปยังเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณได้ ในกรณีนี้ อย่าลืมใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายคลิปหรือในโปรไฟล์ เพื่อให้ผู้ชมรู้ว่าควรคลิกไปที่ไหน
ใช้ YouTube Shopping ให้เกิดประโยชน์
หากเป้าหมายของคุณคือการสร้างรายได้จาก YouTube ด้วยการเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้า คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ YouTube Shopping ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มขายของในตัว เพื่อแสดงสินค้าในวิดีโอแบบยาว ไลฟ์สด และ YouTube Shorts พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมกดซื้อสินค้าหรือสินค้าของครีเอเตอร์ได้ทันที
James Hoffmann ยูทูบเบอร์สายกาแฟที่มีผู้ติดตามกว่า 2.39 ล้านคน ใช้ YouTube Shopping เพื่อพาผู้ชมไปยังร้านขายเมอร์ชของเขา Tens Hundreds Thousands โดยลิงก์สินค้าจะปรากฏอยู่ใต้คำอธิบายวิดีโอ และเหนือส่วนคอมเมนต์ ทำให้ผู้ชมเข้าถึงการซื้อได้ง่ายโดยไม่สะดุดจากประสบการณ์รับชม

สร้างคอมมูนิตี้ของแบรนด์
ความไวรัลอาจมาเร็วและไปเร็ว แต่ฐานผู้ชมที่ผูกพันกับช่องของคุณจริง ๆ จะช่วยพยุงช่องให้เติบโตได้ในระยะยาว และยังสามารถต่อยอดเป็นลูกค้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อีกด้วย กุญแจสำคัญคือการหานิชหรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ชัดเจน จนทำให้ช่องของคุณกลายเป็นจุดหมายหลักของคอนเทนต์ในเรื่องนั้น ๆ
Kevin Espiritu ผู้ก่อตั้ง Epic Gardening ใช้เวลาถึง 3 ปีในการค่อย ๆ สร้างฐานผู้ชมให้กับแบรนด์สื่อด้านการทำสวนของเขา ช่วงแรกเขาสร้างรายได้จากช่องทางอย่าง affiliate marketing และการร่วมงานกับแบรนด์ต่าง ๆ
“ผมมองภาพรวมของตลาดแล้วคิดว่า ทำไมเราต้องรับดีลจากแบรนด์ที่เราชอบทำงานด้วยอย่างเดียว สิ่งที่แบรนด์ต้องการจริง ๆ คือการเข้าถึงกลุ่มผู้ชม และผมก็มีผู้ชมเหล่านั้นอยู่แล้ว” Kevin เล่าไว้ในพอดแคสต์ Shopify Masters
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมผมจะไม่ลองเสนอสินค้าของตัวเองให้กับกลุ่มผู้ชมนี้โดยตรงเลยล่ะ?”
สุดท้าย Kevin ก็ต่อยอดจากคอนเทนต์ไปสู่การขายสินค้าเกี่ยวกับการทำสวนบนเว็บไซต์ของตัวเองได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแรง คือรากฐานสำคัญของทั้งความไวรัลและการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีทำคลิป YouTube ให้ไวรัล
คลิป YouTube ทำยังไงให้ไวรัล
ไม่มีสูตรตายตัวที่รับประกันได้ว่าคลิปจะไวรัล แต่คุณสามารถเพิ่มโอกาสได้ด้วยการโฟกัสที่พื้นฐานสำคัญ เช่น ทำคอนเทนต์ที่คุณภาพดี มีเอกลักษณ์ และแตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาด จากนั้น “แพ็กคลิป” ให้น่าสนใจด้วยชื่อคลิปที่ดึงดูดและภาพปก (thumbnail) ที่ชวนคลิก พร้อมทั้งมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างตัวตนของช่องและเพิ่มโอกาสที่คลิปจะถูกแชร์ต่อในวงกว้าง
ต้องมียอดวิวเท่าไหร่ถึงเรียกว่าไวรัลบน YouTube
จริง ๆ แล้วไม่มีตัวเลขยอดวิวที่ถือว่าเป็นไวรัลแบบชัดเจนตายตัว โดยทั่วไป คลิปจะถูกมองว่าไวรัลก็ต่อเมื่อมียอดรับชมจากคนที่ไม่ใช่ผู้ติดตามเดิมจำนวนมาก ภายในระยะเวลาสั้น ๆ และมีเอ็นเกจเมนต์สูง เช่น ไลก์ คอมเมนต์ และการแชร์ นั่นหมายความว่าไม่ใช่แค่ยอดวิวสูง แต่ต้องมีการตอบรับจากผู้ชมจริงด้วย
จะเพิ่มยอดวิว YouTube ได้ยังไง
การเพิ่มยอดวิวบน YouTube ทำได้หลายทาง เช่น กระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วยการชวนคอมเมนต์ กดไลก์ หรือแชร์คลิป โพสต์วิดีโออย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ช่องมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และใส่ฮุกที่น่าสนใจในช่วงต้นคลิป โดยเฉพาะคลิปยาว วิธีเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมดูคลิปนานขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ YouTube จะนำคลิปของคุณไปแนะนำให้คนอื่นเห็นมากขึ้น


