Affiliate marketing และ dropshipping เป็นโมเดลธุรกิจออนไลน์ที่มีต้นทุนเริ่มต้นต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้ออนไลน์ เพราะไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง ไม่ต้องดูแลสต๊อกสินค้า และไม่ต้องเช่าคลังสินค้า
แม้ว่า Affiliate Marketing vs Dropship จะถูกมองว่าเป็นช่องทางสร้างรายได้แบบกึ่ง passive income ได้ทั้งคู่ แต่การวางแผนอย่างรอบคอบยังคงเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการสร้างและขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน อ่านต่อเพื่อทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของแต่ละโมเดลให้ชัดเจนขึ้น
การตลาดแบบพันธมิตรและการดรอปชิปมีอุปสรรคในการเข้าต่ำสำหรับผู้ที่ต้องการ สร้างรายได้ออนไลน์ ทั้งสองแบบมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำ และคุณไม่จำเป็นต้องติดตามสินค้าคงคลังหรือเช่าสถานที่เก็บสินค้า
Affiliate marketing คืออะไร
Affiliate marketing คือรูปแบบการตลาดที่แบรนด์จ่ายค่าตอบแทนให้กับธุรกิจหรือบุคคลที่มักเป็นผู้ที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก เพื่อช่วยโปรโมตสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย บล็อก หรือจดหมายข่าว โดยค่าตอบแทนจะขึ้นอยู่กับข้อตกลง อาจจ่ายตามยอดขายหรือปริมาณทราฟฟิกที่ส่งไปยังเว็บไซต์ของแบรนด์
หากต้องการเริ่มต้นทำ affiliate marketing คุณสามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรมพาร์ตเนอร์ของแบรนด์ต่าง ๆ ได้ โดยสามารถค้นหาแบรนด์ที่กำลังมองหาพันธมิตรผ่าน affiliate network เมื่อเลือกแบรนด์หรือสินค้าที่ต้องการโปรโมตแล้ว คุณจะสร้างรายได้จากการพาผู้เข้าชมไปยัง affiliate link ซึ่งเป็นลิงก์พิเศษที่มีรหัสเฉพาะสำหรับระบุว่ายอดขายหรือทราฟฟิกนั้นมาจากคุณ
ตัวอย่างเช่น บล็อกเกอร์ที่เขียนบทความแนะนำหนังสือไลฟ์สไตล์ อาจทำงานในฐานะ affiliate marketer ได้ โดยใส่ affiliate link สำหรับหนังสือแต่ละเล่มเพื่อพาผู้อ่านไปยังร้านหนังสือออนไลน์ นอกจากนี้ ในบทความจะมีการระบุข้อความแจ้งให้ผู้อ่านทราบว่า หากมีการซื้อผ่านลิงก์ดังกล่าว บล็อกเกอร์อาจได้รับค่าคอมมิชชัน
Dropshipping คืออะไร
ดรอปชิป คือโมเดลธุรกิจที่คุณสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้โดยไม่ต้องจัดการสต๊อกหรือการจัดส่งเอง ผู้ทำ dropship จะสร้างร้านค้าอีคอมเมิร์ซและคัดเลือกสินค้าที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นทำงานร่วมกับผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์บุคคลที่สาม ซึ่งเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง
ตัวอย่างเช่น อินฟลูเอนเซอร์ที่ขายเสื้อผ้าออกกำลังกายให้กับกลุ่มคนรักฟิตเนส ก็สามารถเป็น dropshipper ได้ เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อผ่านหน้าเพจหรือร้านค้าออนไลน์ของอินฟลูเอนเซอร์นั้น พาร์ตเนอร์ด้าน dropshipping จะเป็นผู้ดูแลเรื่องโลจิสติกส์ทั้งหมด และจัดส่งสินค้าไปถึงมือลูกค้า
ในปัจจุบัน ผู้ทำ dropshipping มักใช้แอป dropshipping ที่เชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์เข้ากับเครือข่ายซัพพลายเออร์โดยตรง แอปเหล่านี้ช่วยทำให้กระบวนการต่าง ๆ เป็นอัตโนมัติ ตั้งแต่การดึงข้อมูลสินค้าเข้าร้าน ไปจนถึงการส่งต่อออเดอร์ของลูกค้าให้ซัพพลายเออร์จัดการจัดส่ง
Affiliate Marketing vs Dropshipping
Affiliate Marketing และ Dropshipping ต่างก็เป็นโมเดลธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่มีความแตกต่างสำคัญหลายด้านเมื่อเปรียบเทียบกันในมุมของ Affiliate Marketing vs Dropshipping ดังนี้
การเริ่มต้นธุรกิจ
- จุดที่เหมือนกัน: ทั้ง dropshipping และ affiliate marketing สามารถเริ่มต้นได้รวดเร็วและใช้ต้นทุนต่ำ ในบางกรณีอาจแทบไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเลย
- จุดที่ต่างกัน: การเริ่มทำ affiliate marketing เพียงสมัครเข้าร่วมโปรแกรม affiliate เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ก็สามารถแนะนำสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียหรือบล็อกที่มีอยู่ได้ทันที ส่วน dropshipping จำเป็นต้องหาซัพพลายเออร์ เปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify และเชื่อมต่อกับแอป dropshipping เพื่อดึงสินค้าเข้ามาขาย
ลูกค้า
- จุดที่เหมือนกัน: ทั้งสองโมเดลสามารถเพิ่มยอดขายได้จากการขยายฐานผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย ยิ่งมีคนเข้ามามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ affiliate หรือร้านค้าออนไลน์มากเท่าไร โอกาสในการขายก็ยิ่งสูงขึ้น
- จุดที่ต่างกัน: Affiliate marketer มักมีฐานผู้ติดตามอยู่แล้ว จึงสามารถใช้ความเชื่อมั่นที่ผู้ติดตามมีเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสร้างกำไรได้ง่ายกว่า ในขณะที่ธุรกิจดรอปชิปมักต้องใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกมากขึ้น เช่น การทำ SEO เพื่อดึงทราฟฟิกใหม่เข้าสู่ร้านค้า
ความรับผิดชอบ
- จุดที่เหมือนกัน: ทั้ง affiliate marketing และ dropship ไม่ต้องจัดการสต๊อกสินค้า หรือเช่าคลังสินค้า จึงถือเป็นโมเดลที่ดูแลน้อยในแง่ของโลจิสติกส์
- จุดที่ต่างกัน: หน้าที่หลักของ affiliate marketer คือการแนะนำสินค้าและพาผู้ติดตามคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์ภายนอกเพื่อซื้อสินค้า ความรับผิดชอบจึงสิ้นสุดที่การแนะนำสินค้าเท่านั้น ส่วน dropshipper ยังต้องดูแลเรื่องบริการลูกค้า ตอบคำถาม และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หากเกิดข้อขัดข้องเกี่ยวกับสินค้าหรือการจัดส่ง
ข้อดีของ Affiliate Marketing
Affiliate marketing มีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์
ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ
คุณสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเพียงบัญชีโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ง่าย ๆ แม้เครื่องมือแบบพรีเมียมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่ก็ไม่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้น โปรแกรม affiliate ส่วนใหญ่สมัครได้ฟรี เงินลงทุนหลักจึงเป็น “เวลา” มากกว่าเงินทุน
ไม่ต้องจัดการสต๊อกสินค้า
เนื่องจากคุณทำหน้าที่โปรโมตสินค้าเท่านั้น จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บสต๊อก แพ็กสินค้า หรือการจัดส่ง ช่วยลดภาระงานด้านปฏิบัติการไปได้มาก
มีโอกาสสร้างรายได้แบบ passive income
เมื่อคุณสร้างคอนเทนต์ที่มี affiliate link แล้ว คอนเทนต์นั้นสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องได้เป็นเดือนหรือเป็นปี บทความที่เขียนวันนี้อาจยังสร้างค่าคอมมิชชันให้คุณได้อีกหลายปีในอนาคต
ยืดหยุ่นในการเลือกสินค้าที่โปรโมต
ในฐานะ affiliate คุณสามารถแนะนำสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ หรือโฟกัสเฉพาะนิชที่ถนัดก็ได้ หากสินค้าชิ้นใดเริ่มทำผลงานไม่ดี ก็สามารถเปลี่ยนไปโปรโมตสินค้าอื่นได้ทันที โดยไม่กระทบโครงสร้างธุรกิจหลัก
ความเสี่ยงต่ำ
เนื่องจากไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า และไม่มีสัญญาระยะยาว ความเสี่ยงทางการเงินจึงต่ำมาก ทำให้ affiliate marketing เหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองทำธุรกิจหรือเริ่มต้นเส้นทางผู้ประกอบการ
🌟 อยากเริ่มทำ Affiliate Marketing แต่มีงบจำกัดใช่ไหม? เรียนรู้วิธีเริ่มต้นธุรกิจ affiliate marketing โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุน
ข้อเสียของ Affiliate Marketing
ถึง affiliate marketing จะเป็นโมเดลที่น่าสนใจ แต่ก็มีบางจุดที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจเริ่มทำ
ควบคุมสินค้าและประสบการณ์ลูกค้าไม่ได้
เมื่อคุณโปรโมตสินค้าของผู้อื่น คุณแทบไม่มีสิทธิ์ควบคุมคุณภาพ ราคา หรือการดูแลลูกค้า หากแบรนด์หรือร้านค้ามอบประสบการณ์ที่ไม่ดี ปัญหานั้นอาจส่งผลย้อนกลับมาที่ความน่าเชื่อถือของคุณ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นคนขายโดยตรงก็ตาม
ค่าคอมมิชชันไม่คงที่
โปรแกรม affiliate สามารถเปลี่ยนอัตราคอมมิชชันได้ตลอดเวลา บางแพลตฟอร์มเคยลดอัตราลงหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจกระทบรายได้ของผู้ทำ affiliate โดยที่แทบควบคุมอะไรไม่ได้
ชื่อเสียงของผู้ทำ affiliate มีความเสี่ยง
ความน่าเชื่อถือคือหัวใจของ affiliate marketing ทุกคำแนะนำจึงมีผลต่อภาพลักษณ์ของคุณ หากแนะนำสินค้าที่ไม่ได้ใช้งานจริง หรือข้อมูลไม่อัปเดต เช่น สินค้ามีการเปลี่ยนสูตรไปแล้ว อาจทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ติดตามลดลงได้
ต้องใช้เวลาในการสร้างรายได้
Affiliate marketing ไม่ใช่โมเดลที่เห็นผลเร็วในทันที การสร้างฐานผู้ติดตามที่เชื่อใจคำแนะนำต้องใช้เวลา ต่างจาก dropshipping ที่อาจเริ่มมียอดขายได้ทันทีเมื่อมีทราฟฟิกเข้ามา
การนับยอดและเครดิตการขายไม่สมบูรณ์
ลิงก์ affiliate ส่วนใหญ่มาพร้อมคุกกี้ที่มีอายุจำกัด หากผู้ใช้งานคลิกลิงก์ของคุณแต่ตัดสินใจซื้อหลังจากคุกกี้หมดอายุ คุณจะไม่ได้รับค่าคอมมิชชัน แม้ว่าจะเป็นคนแนะนำตั้งแต่แรกก็ตาม
การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อมีคนเห็นโอกาสของ affiliate marketing มากขึ้น นิชยอดนิยมก็เริ่มแน่น การจะโดดเด่นได้จึงต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน คอนเทนต์คุณภาพ หรือมุมมองที่แตกต่างจากคู่แข่ง
ข้อดีของดรอปชิป
โมเดลธุรกิจดรอปชิปตั้งค่าได้ง่ายและคุณสามารถทำเงินได้หลังจากขยายฐานลูกค้า
ไม่จำเป็นต้องมีฐานผู้ติดตามสูง
ต่างจาก affiliate marketing ที่มักอาศัยฐานผู้ติดตามในการสร้างยอดขาย การทำ dropship สามารถเริ่มต้นได้แม้ยังไม่มีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงเป็นเส้นทางที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น
สร้างแบรนด์ของตัวเองได้
Dropshipping เปิดโอกาสให้คุณสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบเว็บไซต์ ไปจนถึงโทนการสื่อสารและการตลาด คุณสามารถควบคุมประสบการณ์ของลูกค้าได้ทั้งหมด ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว ต่างจาก affiliate marketing ที่แบรนด์เป็นของคนอื่น
ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ
คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อสินค้า หรือเช่าพื้นที่คลังสินค้า อย่างไรก็ตาม มักจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น ค่าระบบร้านค้า หรือแอปเสริมที่ช่วยจัดการร้าน
โอกาสทำกำไรได้สูงกว่า
ในขณะที่ affiliate ส่วนใหญ่มักได้ค่าคอมมิชชันราว 5–15% ต่อการขายหนึ่งครั้ง Dropshipper สามารถตั้งราคาสินค้าเองได้ หากเลือกสินค้าและวางตำแหน่งตลาดได้ดี กำไรต่อชิ้นอาจอยู่ที่ประมาณ 20–40% สำหรับสินค้าหลายประเภท
หาซัพพลายเออร์บุคคลที่สามได้ง่าย
ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มและเครื่องมือมากมายที่ช่วยเชื่อมต่อกับซัพพลายเออร์ เช่น Collective, DropCommerce และ Syncee ซึ่งเป็นแอป dropshipping ที่ช่วยให้คุณเลือกสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่ผ่านการคัดกรองแล้ว และนำเข้าสินค้าไปยังร้านได้อัตโนมัติ พร้อมจัดการเรื่องสต๊อกและการส่งออเดอร์แบบครบวงจร
ทดลองและปรับกลยุทธ์ได้รวดเร็ว
หากสินค้าบางรายการขายไม่ดี คุณสามารถเปลี่ยนหรือเพิ่มสินค้าใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนสูง ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ dropshipping สามารถตอบสนองต่อเทรนด์ตลาดได้เร็วกว่าโมเดลค้าปลีกแบบดั้งเดิม
ข้อเสียของดรอปชิป
แม้ dropshipping จะเริ่มต้นได้ง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ควรรู้ก่อนลงมือทำจริง
กำไรต่อชิ้นอาจต่ำในสินค้าที่แข่งขันสูง
สินค้ายอดนิยมที่มีผู้ขายจำนวนมากมักต้องแข่งขันด้านราคา ทำให้กำไรต่อชิ้นลดลง โดยเฉพาะสินค้าทั่วไปที่มาจากมาร์เก็ตเพลสอย่าง AliExpress ซึ่งคู่แข่งสามารถขายในราคาที่ใกล้เคียงกันได้ง่าย
ต้องรับผิดชอบด้านบริการลูกค้า
เมื่อเกิดคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับออเดอร์ ลูกค้าจะติดต่อมาที่คุณ ไม่ใช่ซัพพลายเออร์ ดังนั้นจำเป็นต้องมีระบบดูแลลูกค้าที่ดี ทั้งการตอบคำถาม การคืนสินค้า และการรับมือกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ
ควบคุมสต๊อกและการจัดส่งได้จำกัด
หากซัพพลายเออร์สินค้าหมด หรือจัดส่งล่าช้า ผลกระทบจะตกอยู่กับธุรกิจของคุณโดยตรง ปัญหาในซัพพลายเชนลักษณะนี้อาจสร้างความหงุดหงิด และแก้ไขได้ยาก เพราะอยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ
ใช้แรงและเวลาเริ่มต้นมากกว่า Affiliate Marketing
การเปิดร้าน dropshipping ต้องเตรียมหลายอย่างก่อนเริ่มขายจริง ทั้งการสร้างหน้าสินค้า ตั้งค่าระบบชำระเงิน และสร้างความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ ซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่า affiliate marketing ในช่วงเริ่มต้น
แบบไหนทำกำไรได้มากกว่า? Affiliate Marketing หรือ Dropshipping
ทั้ง affiliate marketing และ dropshipping ต่างก็มีโอกาสสร้างกำไรได้ แต่โดยภาพรวมแล้ว dropshipping มักมีมาร์จิ้นกำไรที่สูงกว่า
สำหรับ affiliate marketing รายได้ของคุณจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแบรนด์หรือแพลตฟอร์มที่คุณเข้าร่วม โปรแกรม affiliate เป็นผู้กำหนดอัตราคอมมิชชันจากยอดขายหรือทราฟฟิก ซึ่งมีช่วงตั้งแต่ต่ำไปจนถึงค่อนข้างสูง หากต้องการเพิ่มรายได้ แนวทางหลักคือการขยายฐานผู้ติดตามและเพิ่มจำนวนคนที่คลิกลิงก์หรือซื้อสินค้าผ่านคุณ
ในฝั่ง dropshipping คุณมีโอกาสทำกำไรต่อชิ้นได้มากกว่า เพราะคุณเป็นคนตั้งราคาขายบนเว็บไซต์เอง มาร์จิ้นของ dropshipping จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น กลุ่มเป้าหมาย นิชที่เลือก และต้นทุนต่าง ๆ อย่างค่าสินค้าและค่าโฆษณา ก่อนตั้งราคา ควรประเมินระดับการแข่งขันในตลาด เพื่อดูว่าก่อนตั้งราคาควรเช็คคู่แข่งในตลาดก่อน เพื่อประเมินว่าราคาขายระดับไหนที่ลูกค้ายังยอมจ่าย และร้านของคุณยังสามารถแข่งขันได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Affiliate Marketing vs Dropshipping
ทำทั้ง Affiliate Marketing และ Dropshipping พร้อมกันได้หรือไม่
ได้ คุณสามารถทำทั้ง affiliate marketing และ dropshipping ควบคู่กันได้ โดย affiliate marketing ช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มผู้ชมใหม่ ๆ โดยไม่ต้องลงทุนเงิน ส่วน dropshipping เปิดโอกาสให้คุณทดลองขายสินค้าใหม่ ๆ ได้โดยไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องเช่าคลัง และไม่ต้องลงทุนระบบจัดส่งเอง
Dropshipping ง่ายกว่า Affiliate Marketing หรือไม่
คำตอบขึ้นอยู่กับความถนัดและทรัพยากรที่คุณมี หากคุณมีร้านค้าออนไลน์อยู่แล้ว การเปลี่ยนมาทำ dropshipping อาจทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ในขณะที่ affiliate marketing จะเหมาะกว่า หากคุณมีฐานผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว และสามารถเลือกสินค้าที่ตรงกับความสนใจของผู้ติดตามได้
จะรู้ได้ยังไงว่าควรเลือก Affiliate Marketing หรือ Dropshipping
Affiliate marketing เหมาะกับคนที่ชอบสร้างคอนเทนต์ เพิ่มผู้ติดตาม และสร้างความน่าเชื่อถือกับกลุ่มผู้อ่านหรือผู้ชม ส่วน dropshipping เป็นโมเดลที่เหมาะกับคนที่อยากสร้างแบรนด์ของตัวเอง และสนุกกับการวางกลยุทธ์สินค้า การตลาด และการดูแลลูกค้าในธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็ก


