ไม่ว่าคุณจะทำเว็บไซต์รีวิวแกดเจ็ตเทคโนโลยีล่าสุด หรือแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวและทดลองทำอาหารผ่านโซเชียลมีเดีย
ไม่ว่าคุณจะสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบใด Affiliate Marketing คือวิธีที่ช่วยเปลี่ยน ผู้ติดตาม การเข้าชม และความน่าเชื่อถือของคุณ ให้กลายเป็นรายได้ ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์และแนะนำสินค้าผ่านลิงก์ Affiliate คุณจะได้รับค่าคอมมิชชันทุกครั้งที่มีคนตัดสินใจซื้อ
อยากเพิ่มเพิ่มจำนวนคลิกและได้คอมมิชชันมากขึ้นใช่ไหม? คู่มือนี้รวบรวม 16 เทคนิค Affiliate Marketing ที่ช่วยปรับการทำงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น และสร้างรายได้จากคอนเทนต์ได้อย่างจริงจัง
16 เทคนิค Affiliate Marketing เพิ่มรายได้
- เปิดเว็บไซต์จากคอนเทนต์ที่มีอยู่
- กระจายพาร์ตเนอร์ Affiliate
- สร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมโดยตรง
- โปรโมตสินค้าที่ผู้ชมต้องการ
- เข้าใจสินค้าที่แนะนำอย่างลึกซึ้ง
- เปิดเผยลิงก์ Affiliate อย่างชัดเจน
- ใช้โค้ดส่วนลดกระตุ้นยอดขาย
- สร้างตัวตนบน Instagram
- เขียนรีวิวและบทสอนใช้งาน
- ใช้รูปแบบเปรียบเทียบ
- ทำบทสรุปและบทความรวมลิสต์
- วิเคราะห์ Search intent
- ติดตามหัวข้อและเทรนด์
- ลิงก์ไปยังหน้าเฉพาะพื้นที่
- ลงโฆษณาในช่วงพีค
- ติดตามผลลิงก์ Affiliate
เคล็ดลับการตลาดแบบพันธมิตรเหล่านี้ออกแบบมาสำหรับนักการตลาดพันธมิตรที่ต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากความพยายามในการตลาดแบบพันธมิตร รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับวิธีการเลือกโปรแกรมพันธมิตร ให้บริการกลุ่มเป้าหมายของคุณ และสร้างรายได้จากพันธมิตรให้มากขึ้น
1. เปิดเว็บไซต์จากคอนเทนต์ที่มีอยู่
แม้ว่าการตลาดแบบพันธมิตรจะเป็นตัวเลือกที่ดีในการเริ่มต้นสร้างรายได้ออนไลน์ แต่คุณต้องมีผลงานของคอนเทนต์ที่มีอยู่แล้ว หากคุณยังไม่มีคอนเทนต์บนเว็บไซต์เลย ให้เตรียมบทความอย่างน้อย 12 บทความก่อนที่คุณจะเปิดตัว แพลตฟอร์มการตลาดแบบพันธมิตร
นักการตลาดพันธมิตร Stacey MacNaught แชร์ว่าเว็บไซต์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือเว็บไซต์ที่ทีมของเธอ “สร้างเนื้อหามากกว่า 20 ชิ้นก่อนที่จะเปิดเว็บไซต์”
“กฎทองส่วนตัวของเราคือการมีรายการเนื้อหาที่ทำการวิจัยไว้ล่วงหน้าและมีจำนวนที่เขียนเสร็จแล้ว เพื่อให้เว็บไซต์เปิดตัวพร้อมกับเนื้อหา” เธอเสริม
2. กระจายพาร์ตเนอร์ Affiliate
หนึ่งในเทคนิค Affiliate Marketing ที่สำคัญคือ อย่าพึ่งพา Affiliate เจ้าเดียว เพราะบริษัทอาจยุติโปรแกรม ปฏิเสธการจ่ายเงิน หรือปรับลดอัตราคอมมิชชันได้ทุกเมื่อ
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโปรแกรม Amazon Associates ซึ่งมีการปรับลดคอมมิชชันในเดือนเมษายน 2020 ในหลายหมวดสินค้า โดยกลุ่ม Affiliate สายอุปกรณ์ปรับปรุงบ้านถูกลดคอมมิชชันจาก 8% เหลือเพียง 3% และแจ้งล่วงหน้าแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
แนวปฏิบัติที่แนะนำคือ อย่าให้พาร์ตเนอร์ Affiliate รายใดรายหนึ่งสร้างรายได้เกิน 50% ของรายได้ทั้งหมด วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยง หากเครือข่าย Affiliate ปรับลดอัตราหรือยกเลิกโปรแกรม ธุรกิจของคุณจะไม่กระทบหนักจนเกินไป เพราะการทดแทนรายได้ครึ่งหนึ่งยังง่ายกว่าการสูญเสียรายได้ทั้งหมด
หากต้องการเพิ่มรายได้จาก Affiliate ให้มากขึ้น ลองพิจารณาโปรแกรม Affiliate แบบ High-ticket ที่ให้คอมมิชชันต่อการขายในมูลค่าสูงกว่า
3. สร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมโดยตรง
กุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ในฐานะนักการตลาดพันธมิตร คือการมีผู้ชมที่ภักดีและมีส่วนร่วมซึ่งใส่ใจในสิ่งที่คุณพูด นั่นเป็นเรื่องยากหากแคมเปญคอนเทนต์ของคุณไม่สามารถเข้าถึงพวกเขาได้
โซเชียลมีเดีย และ YouTube เป็นวิธีมาตรฐานในการขยายการเข้าถึงของคุณ ตัวอย่างเช่น Maddie Borge อินฟลูเอนเซอร์ใน TikTok ใช้ลิงก์รวมในชีวประวัติ TikTok ของเธอเพื่อเชื่อมโยงผู้ติดตามไปยังลิงก์พันธมิตร

อย่างไรก็ตาม การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียอาจไม่มั่นคงเท่ากับการมีช่องทางสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น อีเมลลิสต์ เพราะเมื่อคุณมีรายชื่อผู้ติดต่อเป็นของตัวเอง คุณสามารถควบคุมได้ว่าคอนเทนต์จะถูกส่งถึงใคร เมื่อไร และอย่างไร คุณสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการเพิ่มกล่องป๊อปอัปบนเว็บไซต์ โดยมอบสิ่งจูงใจให้ผู้เข้าชมสมัครรับข่าวสาร เช่น เช็กลิสต์ฟรี หรือโค้ดส่วนลด เพื่อแลกกับการสมัครอีเมล
4. โปรโมตสินค้าที่ผู้ชมต้องการ
กลุ่มผู้ชมคือหัวใจของความสำเร็จใน Affiliate Marketing วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการทำให้คอนเทนต์สอดคล้องกับความต้องการของผู้ชม คือการเลือกเป็น Affiliate ให้กับสินค้าที่ผู้ชมแนะนำหรือพูดถึงอยู่แล้ว
Michael Keenan ผู้ร่วมก่อตั้ง Peak Freelance ใช้แนวทางนี้กับคอมมูนิตี้นักเขียนฟรีแลนซ์ของเขา เมื่อเห็นว่าสมาชิกกำลังมองหาเครื่องมือ CRM ใหม่ เขาจึงทดลองใช้ตัวเลือกยอดนิยมหลายเจ้า ก่อนสมัครเป็น Affiliate ให้กับเครื่องมือที่ตอบโจทย์มากที่สุด
“การฟังเสียงของผู้ชมอยู่ตลอดเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับนักทำ Affiliate” Michael กล่าว “พูดคุยกับผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นเลือกโปรแกรม Affiliate ที่ดีที่สุด แล้วสร้างรายได้จากการช่วยให้ผู้ชมประสบความสำเร็จ”
5. เข้าใจสินค้าที่แนะนำอย่างลึกซึ้ง
การแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจสินค้าอย่างแท้จริง คือวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะ Affiliate Marketer
ตัวอย่างเช่น John Murphy ผู้ก่อตั้ง eBike Generation สามารถใช้ Affiliate Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพในธุรกิจ dropshipping จักรยานไฟฟ้า เพราะเขารู้จักทั้งสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี
“ผมเขียนคำอธิบายสินค้าทุกชิ้นด้วยตัวเอง ทำให้เข้าใจส่วนประกอบแต่ละแบบ การทำงาน และประสิทธิภาพของจักรยานแต่ละรุ่นอย่างละเอียด” John กล่าว ความรู้เชิงลึกนี้ช่วยให้เขาสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทางได้ตรงจุด และสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์จริง
6. เปิดเผยลิงก์ Affiliate อย่างชัดเจน
การเปิดเผยว่าคุณได้รับค่าคอมมิชชันจากการแนะนำสินค้าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง หากคุณไม่แจ้งให้ชัดเจน และผู้บริโภคมาทราบภายหลัง อาจส่งผลให้สูญเสียความเชื่อมั่นและความภักดีจากผู้ชม
“เมื่อผู้ชมเชื่อว่าคุณคำนึงถึงประโยชน์ของพวกเขาเป็นหลัก และเชื่อถือคำแนะนำของคุณ ทุกฝ่ายในระบบ Affiliate Marketing จะได้ประโยชน์ร่วมกัน” Pat Flynn นักทำ Affiliate กล่าว
นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง Federal Trade Commission (FTC) ยังมีกฎที่เข้มงวดเกี่ยวกับการรับรองสินค้า เพื่อป้องกันการสื่อสารที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด คุณจึงจำเป็นต้องเปิดเผยความสัมพันธ์กับผู้ขายหรือแบรนด์ทุกครั้ง หากมีแรงจูงใจหรือผลตอบแทนจากการแนะนำสินค้าเหล่านั้น
7. ใช้โค้ดส่วนลดกระตุ้นยอดขาย
ผู้ค้าปลีกมักเตรียมสื่อการตลาดออนไลน์ไว้ให้ Affiliate ใช้งานภายใต้โปรแกรม เช่น แบนเนอร์โฆษณา หรือข้อความสำหรับอีเมลมาร์เก็ตติ้ง อย่างไรก็ตาม คุณสามารถสอบถามพาร์ตเนอร์ Affiliate เพิ่มเติมได้ว่ามีโค้ดส่วนลดที่ใช้งานได้กับสินค้าที่คุณโปรโมตหรือไม่ เพราะคูปองส่วนลดเป็นเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ดี โดยเฉพาะกับผู้ที่ยังไม่เคยลองใช้สินค้านั้นมาก่อน
เมื่อคุณมีโค้ดส่วนลดสำหรับแชร์กับผู้ชมแล้ว สามารถกระจายข้อมูลได้หลายช่องทาง เช่น
- แชร์บนโซเชียลมีเดีย พร้อมลิงก์ Affiliate ไปยังหน้าซื้อสินค้าโดยตรง
- ส่งอีเมลแจ้งผู้ติดตาม เพื่อพาไปยังหน้าสินค้าหรือช่วงโปรโมชัน
- อัปเดตคอนเทนต์บนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ Affiliate ให้มีการอ้างอิงถึงโค้ดส่วนลด
- เพิ่มคำว่า “ส่วนลด” หรือ “discount” ใน meta description ของหน้ารีวิว เพื่อกระตุ้นให้ผู้ค้นหาคลิกเข้ามามากขึ้น
8. สร้างตัวตนบน Instagram
ไม่ใช่ทุกคนที่ทำ Affiliate Marketing จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียอย่าง Instagram ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างฐานผู้ติดตามและสร้างรายได้
คุณสามารถสมัครบัญชี Creator บน Instagram เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์สำหรับธุรกิจ Affiliate เช่น เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล ที่ช่วยให้เข้าใจผู้ชม ค้นหาพาร์ตเนอร์ร้านค้า และโปรโมตลิงก์ Affiliate ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
9. เขียนรีวิวและบทสอนใช้งาน
คุณรู้หรือไม่ว่ารีวิวออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก งานวิจัยหนึ่งพบว่า 93% ของผู้บริโภคอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า การเขียนรีวิวสินค้า Affiliate ที่ปรับให้เหมาะกับ SEO จะช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ที่อยู่ในขั้นตอน “พร้อมซื้อ” ได้โดยตรง
ตัวอย่างเช่น Emma Louise นักทำ Affiliate บน Instagram ที่รีวิวหนังสือผ่านคอนเทนต์ของเธอ และใช้ลิงก์ใน bio พาผู้ติดตามไปยังหน้า Affiliate ซึ่งช่วยเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นยอดขายได้อย่างเป็นธรรมชาติ
10. ใช้รูปแบบเปรียบเทียบ
บทความเปรียบเทียบเป็นหนึ่งในรูปแบบคอนเทนต์รีวิวที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยนำตัวเลือกสองแบบ (หรือมากกว่า) มาเทียบกันอย่างชัดเจน และช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ว่าสินค้าใดเหมาะกับความต้องการของตนมากที่สุด
คุณสามารถเพิ่มโอกาสในการคลิกลิงก์ Affiliate ได้ด้วยการสร้างหน้าเปรียบเทียบบนเว็บไซต์ ปรับเนื้อหาให้ตรงกับคีย์เวิร์ดเชิงเปรียบเทียบ และชี้นำผู้อ่านไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างมีเหตุผล
ตัวอย่างเช่น YouTuber ช่อง Hot & Flashy ที่ทำวิดีโอรีวิวเปรียบเทียบสินค้าให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ในวิดีโอหนึ่ง เธอเปรียบเทียบครีมกันแดดหลายแบรนด์ พร้อมใส่ลิงก์ Affiliate ไว้ในคำอธิบายวิดีโอ โดยลิงก์ของ BK Beauty จะพาผู้ชมไปยังหน้า Landing Page ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพาร์ตเนอร์ Affiliate
Ryan Robinson นักทำ Affiliate อีกรายหนึ่งก็ใช้แนวทางเดียวกัน เขาอธิบายว่า แม้บทความเปรียบเทียบอาจมีผู้อ่านน้อยกว่าหัวข้อยอดนิยม แต่ผู้อ่านกลุ่มนี้มัก พร้อมตัดสินใจซื้อทันทีหลังได้คำตอบที่ต้องการ
ข้อดีของบทความเปรียบเทียบคือ คุณยังสามารถสร้างรายได้จาก Affiliate ได้ ไม่ว่าผู้อ่านจะเลือกซื้อสินค้าตัวไหนในบทความ ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวที่คุณเชียร์มากที่สุดก็ตาม “ผมยังมีโอกาสสร้างยอดขายได้ แม้ว่าผู้อ่านจะเลือกแบรนด์ที่ผมไม่ได้ชอบที่สุด” Ryan กล่าว
11. ทำบทสรุปและบทความรวมลิสต์
แม้บทความรีวิวสินค้าจะยาวหลายพันคำได้ แต่คุณสามารถดึงความสนใจของผู้อ่านได้ตั้งแต่ต้นหน้า Monica Lent ผู้ก่อตั้ง Affilimate แนะนำให้ใส่สรุปสินค้าไว้ช่วงต้นบทความ
“คุณสามารถเพิ่มอัตราการคลิกได้ด้วยการใส่สรุปสินค้าไว้ก่อน สำหรับผู้อ่านที่สแกนเนื้อหาอย่างรวดเร็ว” Monica ระบุ โดยนอกจากลิงก์ Affiliate แล้ว เธอแนะนำให้สรุปควรมีข้อมูลหลัก 3 อย่าง ได้แก่
- ความเห็นส่วนตัวของคุณเกี่ยวกับสินค้า
- สินค้านี้เหมาะกับใคร
- ราคาของสินค้า
12. วิเคราะห์ Search intent
การทำ Keyword research ช่วยบอกได้ว่าควรเขียนเนื้อหาเรื่องอะไรบนเว็บไซต์ Affiliate แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเข้าใจ Search intent หรือ “เจตนาในการค้นหา” ของผู้ใช้
ผู้ค้นหาอาจต้องการข้อมูล ต้องการซื้อสินค้า หรือกำลังมองหาบางอย่าง และแม้ในกลุ่ม “ต้องการซื้อ” เอง ก็ยังมีระดับที่ต่างกัน ตั้งแต่เริ่มหาข้อมูล ไปจนถึงพร้อมซื้อทันที หน้าที่ของ Affiliate Marketer คือทำคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับเจตนาเหล่านี้
Ted French ผู้เชี่ยวชาญด้าน Search marketing จาก Content Plans อธิบายว่า หากผู้ใช้ค้นหาคำว่า “ทีวีที่ดีที่สุด” มีแนวโน้มสูงว่าพวกเขาใกล้ตัดสินใจซื้อแล้ว ในกรณีนี้ ผู้อ่านมักเปิดรับ “ข้อเสนอและคำแนะนำ” มากขึ้น จึงควรใส่ลิงก์ Affiliate อย่างชัดเจนและตรงจุด
Jake Thomas ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Affiliate Golden Hearts ใช้แนวคิดนี้โดยอาศัย Google auto-suggest เพื่อหาไอเดียคอนเทนต์ใหม่ ๆ เขาพิมพ์คำว่า “best _ for golden retrievers” ลงไป และพบว่า “best brushes for golden retrievers” เป็นคำแนะนำอันดับแรก
“เมื่อดูบทความที่ติดหน้าแรกของ Google ผมเห็นว่าทั้งหมดเป็นบทความแบบลิสต์ ผมจึงเขียนลิสต์เหมือนกัน” Jake กล่าว “เพื่อให้บทความมีประโยชน์และติดอันดับได้ดีกว่า ผมคิดต่อว่าผู้อ่านจะมีคำถามอะไรตามมา”
ผลลัพธ์คือบทความของเขาพุ่งขึ้นอันดับหนึ่งบน Google และยังคงติดอันดับต้น ๆ มาจนถึงปัจจุบัน
13. ติดตามหัวข้อและเทรนด์
รสนิยมของผู้บริโภคมักเปลี่ยนไปตามเทรนด์สินค้า ดังนั้นนักทำ Affiliate จำเป็นต้องอัปเดตอยู่เสมอ เครื่องมือ Keyword research สามารถช่วยให้เห็นแนวโน้มการค้นหาในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ การสมัครรับจดหมายข่าวและติดตามสื่อในอุตสาหกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้พลาดกระแสใหม่ ๆ
ตัวอย่างเช่น เทรนด์บน TikTok สามารถสะท้อนให้เห็นได้ทันทีว่าอะไรคือสิ่งที่กำลังได้รับความสนใจในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือ niche ของคุณ
TikTok
14. ลิงก์ไปยังหน้าเฉพาะพื้นที่
ข้อดีของการทำ Affiliate Marketing อย่างจริงจังคือ คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้ ตราบใดที่พาร์ตเนอร์ของคุณมีการจัดจำหน่ายสินค้าในประเทศเหล่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะหากคุณร่วมงานกับร้านค้าที่ใช้ Shopify เพราะมากกว่าหนึ่งในสามของทราฟฟิกบน Shopify มาจากผู้ใช้งานต่างประเทศ
นักช้อปจากแต่ละประเทศมีความต้องการที่แตกต่างกันตลอดกระบวนการซื้อ และปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือราคาที่แสดงในสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อจากต่างประเทศส่วนใหญ่มองหาก่อนตัดสินใจซื้อ
คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วยการลิงก์ไปยังหน้า Landing Page ที่ปรับตามประเทศหรือภูมิภาค โดยเครือข่าย Affiliate หลายแห่งมีหน้าเหล่านี้เตรียมไว้ให้ใช้งานอยู่แล้ว
15. ลงโฆษณาในช่วงพีค
แม้ธุรกิจ Affiliate จะไม่ได้ขายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง แต่คุณก็คือธุรกิจออนไลน์เช่นกัน รายได้ของคุณมาจากค่าคอมมิชชัน และเป้าหมายสุดท้ายก็เหมือนกันคือการสร้างรายได้
ลองนำกลยุทธ์จากการตลาดอีคอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จมาใช้ โดยผูกโปรโมชัน Affiliate เข้ากับช่วงเวลาที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มซื้อสูง เช่น
- วันวาเลนไทน์
- วันแม่และวันพ่อ
- Black Friday และ Cyber Monday
- ช่วงคริสต์มาสและปีใหม่
หากมีงบประมาณเพียงพอ การลงทุนกับโฆษณาบนโซเชียลมีเดียหรือโฆษณาแบบจ่ายต่อคลิก (PPC) ก็เป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณา
แม้ต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้าจะสูงขึ้นในช่วงที่การแข่งขันรุนแรง แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการขยายฐานผู้ชมและสร้างอีเมลลิสต์ เพราะผู้บริโภคกำลังอยู่ในโหมดพร้อมซื้ออย่างแท้จริง
16. ติดตามผลลิงก์ Affiliate
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าที่อยู่ในกลยุทธ์ Affiliate Marketing ของคุณกำลังขายได้จริง
เช่นเดียวกับแคมเปญดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งทั่วไป ควรกำหนดรอบเวลาตรวจสอบตัวชี้วัดสำคัญอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่
- จำนวนคลิก: หากสินค้าที่โปรโมตหนักมีคลิกต่ำ อาจสะท้อนว่ากลุ่มผู้ชมไม่ได้สนใจสินค้านั้น
- อัตราการแปลง: สัดส่วนของผู้ที่คลิกลิงก์ Affiliate แล้วตัดสินใจซื้อ ยิ่งสูงยิ่งดี
- รายได้ที่ได้รับ: รายได้ที่เกิดจากการโปรโมตสินค้าแต่ละรายการ
ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถดูได้จาก Google Analytics ขณะเดียวกัน เครือข่าย Affiliate และพาร์ตเนอร์ก็มักมีแดชบอร์ดที่แสดงตัวเลขเหล่านี้เช่นกัน
เป้าหมายของการรายงานผลคือการระบุว่าสินค้าใดได้รับความนิยมและสร้างกำไรสูง เพื่อให้คุณโฟกัสการโปรโมตต่อ และลดความสำคัญของสินค้าที่ผู้ชมไม่ตัดสินใจซื้อ
ทิปเสริม: เมื่อคุณพบสินค้าที่ขายดีที่สุด ลองติดต่อแบรนด์เพื่อขอคอมมิชชันที่สูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าคุณสร้างมูลค่าให้แบรนด์ได้จริง พร้อมเสนอว่าจะเดินหน้าสร้างยอดขายต่อ หากแบรนด์สามารถมอบโค้ดส่วนลดพิเศษให้ผู้ชมของคุณได้
เครื่องมือสำคัญสำหรับ Affiliate Marketing
-
เครื่องมือย่อลิงก์: ลิงก์ Affiliate มักยาวและดูไม่น่าเชื่อถือ เครื่องมืออย่าง ThirstyAffiliates (สำหรับ WordPress) และ Pretty Links ช่วยย่อลิงก์และจัดการให้เป็นลิงก์แบรนด์ เช่น yourwebsite.com/tool ทำให้ดูเป็นมืออาชีพและแชร์ง่ายขึ้น
-
เครื่องมือวิจัยคีย์เวิร์ด: หากใช้บล็อกเป็นแหล่งทราฟฟิก SEO คือหัวใจ SEMrush และ Ahrefs ช่วยค้นหาคีย์เวิร์ด ติดตามอันดับ และวิเคราะห์คู่แข่ง ทราฟฟิกออร์แกนิกที่มากขึ้นหมายถึงโอกาสคลิกลิงก์ Affiliate ที่มากขึ้น
-
เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล: คุณต้องรู้ว่าทราฟฟิกมาจากไหนและอะไรสร้างยอดขาย Google Analytics ช่วยให้เห็นว่าคอนเทนต์ใดทำเงินได้จริง หากรู้สึกซับซ้อน เครื่องมืออย่าง Plausible เป็นตัวเลือกที่เรียบง่ายและเน้นความเป็นส่วนตัว
-
แพลตฟอร์มอีเมลมาร์เก็ตติ้ง: อีเมลเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความเชื่อมั่นและแนะนำสินค้า Affiliate ระยะยาว เครื่องมืออย่าง Kit และ MailerLite ช่วยสร้างอีเมลอัตโนมัติ เพื่อดูแลผู้ชมได้โดยไม่ต้องส่งอีเมลเองตลอดเวลา
-
เครื่องมือออกแบบ: ภาพที่ดีช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียหรือบล็อก Canva เป็นเครื่องมือใช้งานง่ายสำหรับสร้างกราฟิก พิน Pinterest และโพสต์โซเชียล เพื่อโปรโมตลิงก์ Affiliate ให้โดดเด่น
- เครื่องมือเชื่อมโยงภายใน (Internal linking): การลิงก์ภายในมักถูกมองข้าม แต่ทรงพลังมาก LinkWhisper ช่วยแนะนำลิงก์ภายในขณะเขียนบทความ ทำให้เชื่อมคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องและเพิ่มเวลาที่ผู้อ่านอยู่บนเว็บไซต์
ใช้เทคนิค Affiliate Marketing สร้างรายได้ไปกับ Shopify
โปรแกรม Shopify Affiliate ช่วยให้นักการตลาดสร้างรายได้จากการแนะนำ Shopify ให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่และธุรกิจที่กำลังเติบโต
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายให้ความรู้และอินฟลูเอนเซอร์ Shopify Affiliate จะได้รับคอมมิชชันที่คุ้มค่าเมื่อมีลูกค้าแบบชำระเงินสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ด้านคอมเมิร์ซของ Shopify ใช้เทคนิค Affiliate Marketing เหล่านี้เพื่อสร้างธุรกิจ Affiliate ที่แข็งแรง และสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคนิค Affiliate Marketing
จะเพิ่มอัตรา Conversion ใหกับ Affiliate Marketing ได้อย่างไร
โฟกัสที่ความน่าเชื่อถือและความเกี่ยวข้องกับผู้ชม ผู้คนมีแนวโน้มซื้อเมื่อเชื่อว่าคำแนะนำของคุณจริงใจ ดังนั้นควรโปรโมตเฉพาะสินค้าที่คุณใช้หรือชื่นชอบ และเหมาะกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ใช้ Call to Action ที่ชัดเจน ทดสอบตำแหน่งการวางลิงก์ และสร้างคอนเทนต์ที่พาไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างเป็นธรรมชาติ เช่น รีวิวเชิงลึก บทความเปรียบเทียบ หรือบทสอนใช้งาน
กฎ 80/20 ของโปรแกรม Affiliate หมายถึงอะไร
หมายความว่าโดยประมาณ 80% ของรายได้ Affiliate มักมาจาก 20% ของสินค้าที่คุณโปรโมต แทนที่จะกระจายแรงไปทุกโปรแกรม ควรโฟกัสกับโปรแกรมที่ทำผลงานดีที่สุด ระบุว่าสินค้าใดตอบโจทย์ผู้ชมมากที่สุด แล้วทุ่มทรัพยากรไปที่จุดนั้นเพื่อเพิ่มรายได้สูงสุด
ต้องมีผู้ติดตามกี่คนถึงจะทำเงินจาก Affiliate Marketing ได้
ไม่มีตัวเลขตายตัว คุณไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่ต้องเป็นผู้ติดตามที่มีส่วนร่วม แม้มีผู้ชมไม่มากก็สามารถสร้างรายได้ได้ หากคำแนะนำมีคุณค่าและตรงกลุ่มเป้าหมาย บางคนทำเงินได้จากอีเมลลิสต์ไม่กี่ร้อยคน ขณะที่บางคนต้องมีผู้ติดตามโซเชียลหลายพันคนจึงเห็นผล
จะประสบความสำเร็จใน Affiliate Marketing ได้อย่างไร
เพื่อดึงศักยภาพของกลยุทธ์ Affiliate Marketing ให้ได้มากที่สุด ลองทำตามแนวทางเหล่านี้
- กระจายพาร์ตเนอร์ Affiliate
- เป็นเจ้าของความสัมพันธ์กับผู้ชม
- เป็น Affiliate ให้กับสินค้าที่ผู้ชมแนะนำ
- เข้าใจสินค้าที่แนะนำอย่างลึกซึ้ง
- เปิดเผยลิงก์ Affiliate อย่างโปร่งใส
- แชร์โค้ดส่วนลด
- สร้างร้าน Affiliate บน Instagram
- เขียนรีวิวสินค้าและบทสอนใช้งาน
- เผยแพร่หน้าเปรียบเทียบสินค้า
- เขียนสรุปรีวิวสินค้า
- คำนึงถึง Search intent
- ติดตามเทรนด์ที่กำลังมาแรง
- ลิงก์ไปยังหน้า Landing Page ตามพื้นที่
- ลงโฆษณาในช่วงเวลาช้อปปิ้งพีค
- รายงานผลการแปลงของลิงก์ Affiliate
จะทำให้ Affiliate Marketing เติบโตได้เร็วขึ้นได้ยังไงบ้าง
Affiliate Marketing ต้องใช้เวลา แต่คุณจะเติบโตได้เร็วขึ้นเมื่อมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน ทดลองหลายช่องทาง และระบุวิธีที่เชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด นอกจากนี้ การขยายฐานผู้ชม โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียก็ช่วยเร่งการเติบโตได้
Affiliate Marketing ประเภทไหนดีที่สุด
ไม่มีประเภทใดดีที่สุดสำหรับทุกกรณี แต่บางรูปแบบเหมาะกับบางกลุ่มเป้าหมายมากกว่า ระยะยาวแล้ว การเป็น Affiliate ให้กับสินค้าที่ผู้ชมสนใจจริงและสอดคล้องกับความต้องการของพวกเขา จะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด


